สอน SEO ด้วยเทคนิคขั้นเทพ สอนแบบหมดเปือก

ผมจะช่วย ย่นระยะเวลาให้คุณในการศึกษา ด้วยการ สอน seo ด้วยบทความในหน้าเว็บนี้ ผมได้รวมเทคนิคและความรู้ที่จำเป็น สำหรับผู้ที่มีเว็บไซต์ แล้วอยากทำให้เว็บติดอันดับในกูเกิล 

ก่อนจะเรียนต้องเริ่มรู้จักกับผมก่อน ว่าผมเป็นใคร เก่งมาจากไหนถึงมาสอนคุณ และข้อมูลที่มาจากผมนั้นสามารถเชื่อถือได้จริงไหม ผลงานที่ผ่านมาคลิก

ข้อมูลก่อนอ่าน 1 : บทความทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นการทำด้วย wordpress แต่หากใช้หน้าเว็บที่เขียนเอง ก็ทำตามได้ เพราะ seo ไม่จำกัดว่าต้องใช้ cms ตัวไหนเท่านั้น

ข้อมูลก่อนอ่าน 2 : ลบความเชื่อแบบผิดๆ ว่าสมัยนี้ไม่ต้องทำ Backlink ก็สามารถขึ้นอันดับได้ วิธีคิดนั้นไม่สามารถใช้กับคีย์ใหญ่ๆได้

ข้อมูลก่อนอ่าน 3 : หากอ่านข้อมูลทั้งหมดครบ คุณจะสามารถทำ seo ได้จริง ในคีย์เวิร์ด ระดับง่าย-ปานกลาง แต่หากต้องการทำคีย์ที่ใหญ่ขึ้นไปผมแนะนำ คอร์สสำหรับขั้นสูง ด้วยการทำงานจากประสปการณ์ตรงในคีย์กว่า 1,500,000 volume

SEO คืออะไร ทำไมต้องทำ

SEO หรือเรียกเต็มๆว่า  Search Engine Optimization มีความหมายว่า การปรับแต่งหน้าเว็บหรือเพิ่มคุณภาพเพื่อรองรับกับผู้ใช้งาน โดยมีเป้าหมายในการปรับปรุงการจัดอันดับของเว็บ ในผลการค้นหาและรับการเข้าชมทั่วไป โดย search engine มีหลายประเภท เช่น yahoo bing google โดยคนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับ กูเกิลมากที่สุด ด้วยปริมาณผู้ใช้ที่เยอะที่สุดทำให้ กูเกิลเป็นเซิจเอนจิ้นที่มีผู้ใช้งานหรือปริมาณของ taffic ที่นิยมอันดับ 1 บทโลก อ้างอิง : https://www.oberlo.com/blog/top-search-engines-world

GOOGLE SEO เป็นการตลาดทางเลือก ที่ออกแนว passive income หากเว็บติดอันดับ top5 แล้ว ก็เหมือนการรอรับลูกค้าอย่างเดียว เนื่องจาก ลูกค้าที่มาจากกูเกิล คือ ลูกค้าที่สำลังสนใจบริการนั้น หรือ สนใจสินค้านั้น ในเวลานั้น โดยส่วนมากมักเป็นลูกค้าประเภทที่ พร้อมจะใช้เงินของพวกเขา จ่ายเงินกับ product นั้นๆแล้ว จึงทำให้เป็นการตลาดทางเลือก ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เป็นอย่างมาก

MheCut SEO

เรื่องที่ต้องรู้ก่อนทำ SEO

การวัดค่าคะแนนต่างๆ

  • DA PA คืออะไร
  • Pagerank คืออะไร (2021)
  • DR UR คืออะไร
  • TF CF คืออะไร
  • Alexa rank

ศัพท์น่ารู้

  • onpage seo
  • offpage seo
  • black hat seo
  • white hat seo
  • similar website

เข้าใจการทำงานของ google

google มีการแสดงผลเรียก SERP ย่อมาจาก search engine results page หรือก็คือ หน้าที่ใช้แสดงผลการค้นหา 10 หน้าแรก ของกูเกิลนั่นเอง โดยมีวิธีการทำงานดังนี้ crawling indexing and ranking มีความหมายโดยสรุปดังนี้

  • Crawling : google จะส่ง bot มาเก็บข้อมูลเว็บไซต์ทั่วโลก แน่นอนว่าเว็บเราจะถูก bot เก็บข้อมูลตามเวลาที่เหมาะสม
  • Indexing : เมื่อได้ข้อมูลจากการ crawling จะนำมาประเมินว่าเว็บไซต์ไหนควร มีคุณภาพที่จะนำมาแสดงผลใน serp
  • Ranking : นำข้อมูลทั้งหมด มาจัดอันดับเว็บไซต์

Onpage SEO : 101

สารบัญ onpage

  • Keyword research
  • Title Tag
  • Meta Description
  • Alt Text
  • Duplicate Content
  • Robots.txt
  • Page Speed
  • google tag
  • structure
  • page size
  • Header

Keyword Research

การทำ Keyword research กล่าวโดยสรุปคือการ หาคีย์เวิร์ดและเลือกคีย์ที่มี search volume ไม่ว่าจะเยอะหรือน้อย การแข่งขันสูงหรือต่ำ เพื่อทำอันดับ จำเป็นต้องทำเพราะอะไร ให้คุณลองนึกว่าทำ seo เหนื่อยแทบตายให้ติดอันดับ สุดท้ายดันไม่มีลูกค้าคลิกเข้ามา เนื่องจาก volume ของ keyword นั้น ค่อนข้างน้อย แต่หากมองในมุมกลับ หากทำการวิเคราะห์ข้อมูล เลือกคีย์ volume ที่ไม่สูงมากนัก และการแข่งขันต่ำ พอที่จะสู้เพื่อเรียกลูกค้ามาก่อนในช่วงแรกเพื่อเพิ่มค่า CTR (Click Through Rate ) หมายถึง อัตราการคลิกต่อจำนวนการมองเห็น ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการไต่อันดับ จากคีย์เล็กไปใหญ่ ผมขอแนะนำให้อ่านบทความนี้ก่อน : เทคนิคเพิ่ม CTR ให้สูง

เครื่องมือช่วยหา Keyword พร้อมวิธีใช้ (คลิกที่รูป)

Ubersuggest

uber suggest

ahref

KWfinder

kwfinder

Ahref

google-keyword-planner

keyword planner

แนะนำการใช้ google trend

เข้า google trend เพื่อหา เทรนในการทำคอนเท้น และที่สำคัญเราสามารถเปรียบเทียบคีย์เวิร์ดของเราทั้ง 2 คีย์ เพื่อตรวจสอบได้อีกว่า คำไหนได้รับคำนิยมมากกว่ากันในเวลาที่กำหนด หรือ ในระยะเวลาที่ผ่านมา หรือเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการหาสินค้าและบริการ ที่จะนำมาทำ seo ได้อีกด้วยท่านสามารถดูตัวอย่างได้ตามภาพ

Title tag

คือ tag ของ html ที่ใช้เป็นชื่อเว็บ ในที่นี้ นิยมใช้เป็นที่ใส่ keyword อีกด้วย โดยจะใช้รูปแบบเป็น keyword นำหน้า และตามด้วย related keywords หรือจะเป็นคำอธิบายเกี่ยวกับ เว็บไซต์ของตนเอง มีจำนวนอักษรที่ 50-60 ตัวอักษร (ตามจริงจะมีเท่าไรก็ได้ แต่กูเกิลสามารถแสดงผลได้เพียง 600px ซึ่งเป็นที่มาของจำนวนตัวอักษรที่ไม่ควรเกิน 60 ตัว และ ไม่ควรน้อยกว่า 50 เพื่อให้กูเกิลได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเว็บ และให้ผู้ใช้ได้ใช้ในการทำความเข้าใจ ก่อนจะคลิกเว็บ)

title : มีหน้าที่บอกให้ user รู้ว่าเข้าเว็บมาแล้วจะเจออะไร​

MheCut SEO
				
					<head><title>Example Title</title></head>
				
			

Meta Description

คือส่วนที่ใช้เพื่ออธิบายข้อมูลที่จะเจอในเว็บอย่างละเอียด หรือข้อความเชิญชวนให้คลิก ควรมีจำนวนตัวอักษร 140-150 ตัวอีกษร

Description : ทำหน้าที่อธิบายเสริมจาก title ให้ละเอียด จากนั้นหน้าเว็บ มีหน้าที่ทำตามสัญญาจากที่เราเขียนไว้ใน title description ที่เราให้ไว้กับ user ตอนก่อนเขาจะคลิกเข้ามาในเว็บ

MheCut SEO
				
					<head>  <meta name="description" 
content="This is an example of a meta description. 
This will often show up in search results."></head>
				
			

ALT text

เนื่องจากกูเกิลไม่สามารถอ่านรูปภาพได้ ALT text จึงมีหน้าเพื่อทำการอธิบาย ว่ารูปๆนั้นคือรูปอะไร ประกอบกับการที่เราตั้งชื่อให้รูปของเรา ให้เกี่ยวกับของกับ คีย์ที่จะเล่น โดยลักษณะการตั้งชื่อรูปจะเป็นแนวนี้ -> name-type.jpg และในรูปก็ไม่ควรมีขนาดเกิน 100kb สามารถดู วิธีย่อขนาดภาพโดยที่ภาพยังมีคุณภาพดีอยู่คลิก

What-is-an-Alt-Tag